วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ดอกกฤษณา

เดินมาพากันชมพฤกษาสูง
ยางยูงแก้วเกดกฤษณา
กระลำพักสักสนคนทา
ต้นพะวาขานางยางทราย
อิเหนา : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ตราด
ชื่อสามัญ : Eagle Wood, Lignum Aloes, Agarwood, Aloe Wood, Calambac, Aglia, Akyaw
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aquilaria subintegra Ding Hau
วงศ์ : THYMELAEACEAE
ชื่ออื่น : กฤษณา (ภาคตะวันออก), กายูการู กายูกาฮู (มาเลเซีย ปัตตานี), ไม้หอม (ภาคตะวันออก ภาคใต้) ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 20-30 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นพุ่มทรงเจดีย์ เนื้อไม้มีสีขาว ต้นไม้ชนิดนี้หากมีบาดแผลซึ่งอาจเกิดจากการตัด แมงเจาะใช หรือเป็นโรคจะขับสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในลำต้นออกมาทำหน้าที่ ต้านความผิดปกติเหล่านั้น ทำให้บริเวณที่เกิดแผลดังกล่าวเปลี่ยน เป็นสีดำและก่อตัวเป็นผลึก ทำให้เกิดความแข็งแกร่งของเนื้อไม้ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า &กฤษณา" มีกลิ่นหอม ความผิดปกติ จะขยายไปเรื่อยๆ ทำให้สีดำมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแก่นกฤษณา ที่มีสีดำนั้น ถือว่าเป็นไม้คุณภาพชั้นหนึ่ง มีราคาสูงมาก หากมีสีน้ำตาลเทา คุณภาพจะรองลงมา ถ้ามีสีเหลืองปนดำ ถือว่าเป็นคุณภาพต่ำ ซึ่งไม้กฤษณาเป็นสินค้าที่นำมาทำ หัวน้ำหอม ตลอดจนเครื่องหอมหลายชนิด
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ที่ชุ่มชื้นตามป่าดงดิบชื้นและแล้ง หรือที่ราบใกล้กับแม่น้ำ ลำธาร สามารถขึ้นได้ในที่สูงถึง 1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางหรือมากกว่า
ถิ่นกำเนิด : พบในป่าดงดิบของจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด

ดอกสารภี

รักลารายล้อมสลับสี
ม่วงสนหมู่โศกสารภี
ลิ้นจี่ลำเจียกจิกจันทน์…"
วรรณคดี : "รามเกียรติ์"
ผู้ประพันธ์ : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ชื่อพื้นเมือง สารภี สารภีแนน สร้อยภี ทรพี
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mammea siamensis Kosterm.
ชื่อวงศ์ GUTTIFERAE
ชื่อสามัญ Saraphi, Saraphi naen, Soi phi, Thoraphi
การกระจายพันธุ์ ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศพม่า ไทย ลาว เขมร
ประโยชน์
ข้อมูลพื้นบ้าน ปลูกเป็นไม้ประดับที่ให้ดอกหอม ให้ร่มเงาเพราะแตกใบเป็นพุ่มหนา และใช้บังลม ดอกและเกสรใช้ทำยาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง
ข้อมูลจากเอกสาร ปลูกเป็นไม้ประดับ ให้ร่มเงา และบังลม
ใช้เป็นสมุนไพร
ดอก : รสขมหอมเย็น ใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย แก้โลหิต พิการ แก้ไข้มีพิษร้อน เจริญอาหารบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ชูกำลัง
เกสร : รสหอมเย็น ใช้แก้ไข้ บำรุงครรภ์

ดอกตะแบก

“… ช้องนางช้างน้าวสายหยุด
ช่อตะแบกชาตบุษย์ชูก้าน
พิกุลพวกแก้วเป็นแถวบาน
พุดตาลพันแต้วตำปี …”
วรรณคดี : “ รามเกียรติ์ ”
ผู้ประพันธ์ : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Lagerstroemia frosreginae, Retz.
ชื่อสามัญ : Queen's Flower
ชื่อวงศ์ : Lythraceae
ชื่ออื่น ๆ : กระแบก
ตะแบกเป็นไม้ยืนต้นเนื้อแข็งขนาดกลางถึงใหญ่ ชอบขึ้นอยู่ทั่วไปตามป่าราบ เป็นไม้กลางแจ้งออกดอกปีละครั้ง
ลำต้นมีเปลือกเรียบสีขาวเป็นมัน เมื่อแก่ผิวร่อนคล้ายต้นฝรั่ง ลำต้นสูง แตกกิ่งก้านด้านบน ใบโต ปลายใบแหลมคล้ายใบลั่นทม เมื่อออกดอกจะทิ้งใบ
ดอกสีชมพูอมม่วง บางพันธุ์ดอกสีขาว เวลาดอกบานจะดูสะพรั่งสวยงามมาก เมื่อดอกโรยจะติดผลเป็นช่อ ลูกคล้ายหมากดิบ การขยายพันธุ์ ใช้วิธีเพาะเมล็ด